10 เมษายน 2561

ออมแบบ “การันตี” เพื่อการเกษียณกันดีกว่า


เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดในการออมเงินคือออมให้ชนะเงินเฟ้อ เพราะการถือเงินสดไว้เฉยๆ สุดท้ายมูลค่าเงินก็จะถูกเงินเฟ้อค่อยกัดกินไปเรื่อง ดังนั้นโดยคร่าวๆเราต้องการสร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวให้ได้มากกว่า 3.5-5% ต่อปี ดังนั้นออมแบบปลอดภัยอย่างเดียวไม่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายแน่นอน ต้องมีการผสมผสานกันกับพอร์ตที่เป็นตราสารทุนด้วยเพื่อให้ผลตอบแทนเติบโต แต่ยังไงในพอร์ตของการออมก็จำเป็นต้องมีการออมที่เป็นการการันตีผลตอบแทนอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะคำว่า “การันตี” ก็ทำให้เรารู้ว่าถึงแม้วันที่แย่ที่สุด พอร์ตที่การันตีก็เป็นเหมือนปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับเราได้
หากพูดถึงการออมหรือการลงทุนที่เป็นแบบการันตี หรือความเสี่ยงต่ำ หลายคนมักจะนึกถึงเงินฝากธนาคารเป็นหลัก แต่ความจริงแล้ว การออมแบบความเสี่ยงต่ำยังมีเครื่องมืออยู่อีกหลายตัวที่ช่วยเราได้ ซึ่งแต่ละตัวก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไปครับ
ตราสารหนี้หรือกองทุนตราสารหนี้ ตราสารหนี้ การลงทุนด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งที่เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด และเป็นการลงทุนที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอในรูปแบบของดอกเบี้ย ปกติหากพูดถึงตราสารหนี้ คนที่เกี่ยวข้องมักจะเป็นสถาบันการเงินต่างๆที่เข้าไปทำการถือตราสารหนี้ เพราะตลาดตราสารหนี้เป็นตลาดที่ซื้อขายกันในวงเงินที่สูง ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีสถาบันการเงินสร้งผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่ากองทุนตราสารหนี้ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการออมทรัพย์ของนักลงทุนรายย่อย ด้วยการเป็นผู้จัดการลงทุนให้กับเจ้าของเงินในตราสารหนี้ต่างๆ รูปแบบการรับผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้มีทั้งสองแบบคือแบบมีกระแสเงินสดจากเงินปันผลของกองทุน นึกภาพง่ายๆว่ากองทุนลงทุนในตราสารหนี้เมื่อตราสารหนี้ได้รับดอกเบี้ยมา กองทุนก็นำเงินที่ได้รับมาปันผลต่อให้กับผู้ถือหน่วย แต่หากเป็นกองทุนแบบที่ไม่ได้ปันผล เวลาที่ได้รับดอกเบี้ยมา ก็จะทำให้กองทุนมีมูลค่า NAV สูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็ขายคืนกองทุนนี้แล้วก็จะได้เงินต้นรวมกับผลตอบแทนออกมาครับ
อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ พูดถึงการลงทุนแบบนี้ ถือว่าเป็นยอดปรารถนาของนักลงทุนหลายๆคนครับ เพราะว่าในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์ล้วนมีแต่ราคาขึ้นเรื่อยๆ แถมการปล่อยให้เช่าก็เป็นการสร้างกระแสเงินสดที่แน่นอน คล้ายๆกับการรับดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน แถมยังสามารถขึ้นค่าเช่าได้ด้วยเมื่อเวลาผ่านไป แต่การลงทุนแบบนี้มีข้อหนึ่งที่ต้องระวังก็คืออสังหาฯมักจะต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งมักตามมาด้วยการก่อหนี้ และต้องมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นแน่นอน การลงทุนในแบบนี้จะต้องใช้ความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนค่อนข้างมาก หากผิดพลาดไปจะแก้ไขก็ไม่ง่าย เพราะว่าการจะขายต่อก็มีข้อจำกัดเรื่องของสภาพคล่อง รวมถึงค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนมือเจ้าของด้วย บางคนที่เห็นความยุ่งยากนี้ก็อาจจะมีทางเลือกอีกทางหนึ่งคือการลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ได้ ซึ่งมีผู้จัดการทุกอย่างให้เสร็จ เพียงแค่จ่ายเงินลงทุน แล้วก็รอรับเงินปันผลจากกองทุนได้เลยครับ
เครื่องมือสุดท้ายที่จะกล่าวถึงในคราวนี้ก็คือ ประกันสะสมทรัพย์หรือบำนาญ การออมในรูปแบบนี้แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนเท่ากันหรืออาจจะต่ำกว่าในสองรูปแบบข้างต้น แต่ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะว่าการออมผ่านประกันสะสมทรัพย์ เป็นเพียงสินค้าทางการเงินไม่กี่แบบที่ “การันตี” ผลตอบแทนการออม ไม่ว่าสภาวะผลตอบแทนอื่นๆจะเป็นเท่าไหร่ แต่ประกันสะสมทรัพย์ให้เราตามสัญญาไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีด้วย ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วอาจจะสูงได้ถึง 4-6% ต่อปีเลยทีเดียว และที่สำคัญที่สุดคือการทำประกันแบบสะสมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่แปรเป็นเงินสดได้เร็วที่สุดยามเจ้าของจากไป เมื่อเทียบกับสองข้อข้างต้นที่ต้องเข้ากระบวนการจัดสรรมรดกให้แก่ทายาทซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีเลยทีเดียว แต่ประกันนั้นสามารถจ่ายเงินสินไหมให้กับทายาทหรือผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ได้โดยทันที
ถ้าถามว่าการออมการลงทุนทั้งสามแบบ แบบไหนดีที่สุด บอกแบบพระเอกได้เลยครับว่าไม่สามารถฟันธงได้ครับ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าชอบแนวไหนมากกว่ากัน แต่ความเห็นผมเห็นว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนที่ดีที่สุดในตัวเองได้สมบูรณ์ครับ แผนการเงินที่ดีต้องมีองค์ประกอบหลายๆส่วนมาร่วมด้วยช่วยกันครับ เหมือนกับทีมฟุตบอลที่ต้องมีหลากหลายหน้าที่ผสมผสานกันไป เราจึงจะได้พอร์ตการออมการลงทุนที่สามารถสร้างประโยชน์ไปพร้อมกับผลตอบแทนได้ทุกๆสถานการณ์ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น